BLOG

ข้อคิด คำคม บทความดี ๆ ที่สร้างกำลังใจและแรงบันดาลใจ จากปลายปากกาของคุณประไพศรี ประเสริฐแก้ว

รู้ก่อน ริลงทุนคอนโดมิเนียม


หลายคนอยากก้าวสู่ความมั่งคั่ง และอยากเป็นนักลงทุน โดยเฉพาะคอนโดฯ เพราะผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดเห็นละลานตา
แต่กลับจมอยู่กับความกล้าๆ กลัว ๆ ในการลงทุน ไม่กล้าเสี่ยงดูโครงการโน้นก็แล้วนี่ก็แล้วตัดสินใจไม่ได้สักที
บทความนี้จะช่วยให้คุณกระจ่างเป็นเซียนในการลงทุนอสังหาฯ ได้ไม่ยากเลย สามารถทำได้ดังนี้

- เลือกทำเลใกล้รถไฟฟ้า หรือทางคมนาคมสะดวก ยิ่งสะดวกเท่าไรยิ่งดี สามารถปล่อยเช่าก็ได้ ขายเก็งกำไรก็คล่อง
-ห้องใหญ่ชั้นบน วิวสวย ปล่อยเช่าหรือขายได้ง่ายไม่ยากเลย
-เลือกโครงการที่มีชื่อเสียง การันตีผลงานการสร้างดูผลงานที่ผ่านมาว่าเสียงตอบรับปังมากขนาดไหน หากไม่ฉาวโชดีเลย
-หากปล่อยเช่า ได้ผู้เช่าต่างชาติทำสัญญาหลายๆปี จะเวิร์คมาก ไม่ค่อยปวดหัวเหมือนกลุ่มนักศึกษา
-หลีกเลี่ยงห้องทางทิศตะวันตก เพราะแดดจัดร้อนมาก แม้ราคาจะถูกกว่าแต่หาคนเช่าหรือขายต่อยากมาก
-ไม่ใกล้ลิฟท์ไม่ไกลถังขยะ แม้จะขายด้วยราคาถูก แต่เสียสุขภาพจิตและความเป็นส่วนตัวมาก
-ลองออกไป survey ดูโครงการ เปรียบเทียบแต่ละโครงการอันไหนข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไรค่อยตัดสินใจเลือกคอนโดที่ดีที่สุดซื้อ ลองเปรียบเทียบโครงการ ข้อดีข้อเสียของแต่ละโครงการ
 จำไว้ว่า ดูคอนโด 10 ห้อง จะมีดีอยู่ 1 ห้อง ดู 10 โครงการจะมีดีอยู่ 1 โครงการ เพราะฉะนั้นจงดูเยอะๆ
- คิดแบบนักลงทุน ต้องเข้าใจธุรกิจการลงทุนในคอนโด ว่าการตลาด การหาคนเช่า การบริหารผู้เช่า การโพสขายห้อง ทำอย่างไร
- ผ่อนดีกว่าใช้เงินสดตัวเอง ดอกเบี้ยสามารถนำมาลดภาษีเงินได้ 100,000 บาท ได้ 3 เด้งเลย คือ ได้คอนโด, ได้กำไรจากค่าเช่า, ได้ลดภาษีเงินได้
-ที่จอดรถหากมีไม่ถึง 60% ก็อาจทำให้เกิดปัญหาได้ เช่นต้องมาเข็น วนหาที่จอด ปัญหาเหล่านี้หากต้องเจอทุกวันก็ทำให้ผู้เช่าเหนื่อยใจจนอาจย้ายที่เลยก็เป็นได้
- ส่วนกลางเช่น Loppy , ลิฟท์ , โถงบันได, คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, ซาวน่า หรือสวนสาธารณะ ก็เป็นอีกเงื่อนไขที่มีผลต่อการลงทุน หากโครงการหรู แต่ทำ Loppy ไม่หรู เวลาขายต่อก็จะยาก เพราะคนที่มาดูของจริง ไม่เกิดความประทับใจแรกพบ ส่วนกลางอื่นๆ เช่น พวกสระว่ายน้ำ fitness ก็ต้องทำออกมาให้สมกับราคาของโครงการ ยิ่งมีพื้นที่สวนกลางมาก ในราคาที่ไม่แพง ยิ่งคุ้มค่าการลงทุน (แต่อาจมีรายเดือนสูงสักหน่อย)
- การซื้อคอนโดเราจะไม่ได้ดู ราคารวมของห้อง แต่จะหารพื้นที่เป็น ราคา/ตารางเมตร เพื่อเป็นการเปรียบเทียบ ความถูกแพง กับโครงการอื่นๆ
- เงินดาวน์บางโครงการต้องจ่ายเป็นจำนวนสูงมาก เช่น 30 – 40 % บางโครงการจ่ายเพียง 15% ที่เหลือรอจ่ายวันโอน ซึ่งหากเราจ่ายเงินดาวน์น้อยโอกาสทำกำไรจากการขายต่อดาวน์ ก็จะสูง
- ค่าเปลี่ยนสัญญา คือค่าปรับ หรือเงินที่ต้องจ่ายโครงการ หากเราจะขายดาวน์ต่อให้คนอื่น ซึ่งตามกฎหมายใหม่จะไม่มีแล้ว แต่เราต้องถามกับโครงการก่อนซื้อเพื่อความแน่ใจ (เพราะว่าเราในฐานะนักลงทุนก็ต้องการขายเพื่อทำกำไรอยู่แล้ว ส่วนนี้ก็เป็นต้นทุนอย่างนึง)
- ยิ่งชั้นสูงก็ยิ่งแพง  เพราะชั้นยิ่งสูงยิ่งวิวสวยกว่าชั้นล่าง โครงการจะปรับราคาเพิ่ม ชั้นละ 500 บาทต่อตารางเมตร บางโครงการบวก 1,000 บาทต่อชั้น ดังนั้นเราต้องชั่งน้ำหนักว่า ชั้นสูงคุ้มกว่าชั้นต่ำหรือไม่

ลองพิจารณาเลือกให้ดีก่อนลงทุนนะคะ
รอบคอบมั่งคั่ง
น้ำตาล

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เตรียมตัวให้พร้อมการขอสินเชื่อเพื่อการลงทุน

5 แนวคิดเริ่มต้นลงทุนอสังหาฯ

การขอรังวัดสอบเขตที่ดิน